คลินิกวิทยานิพนธ์ไทย

ที่นี่..วิทยานิพนธ์จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

เปิดคลินิกสำหรับนักศึกษาปริญญาโท-เอก

แสดงความเห็นโดย thesisguru บน เมษายน 14, 2007

สวัสดีครับ  ว่าที่ “มหาบัณฑิต” และ “ดุษฎีบัณฑิต” ทุกท่าน  วันนี้ผมมีข่าวดีมาแจ้งให้ทราบว่า  “คลินิกวิทยานิพนธ์สำหรับนักศึกษาปริญญาโท…เปิดแล้ว”
สมัยผมเรียนปริญญาโท  ผมสาละวนอยู่นานกว่าจะได้หัวข้อวิทยานิพนธ์  ได้แล้วก็งงอีกว่า  “แล้วจะไปไหนต่อ”  ด้วยคิดถึงความยุ่งยากของตัวเองสมัยเรียน  ผมจึงต้องการจะช่วยเหลือนักศึกษาปริญญาโททุกท่านที่ทำวิทยานิพนธ์  ให้มีแหล่งที่สามารถปรึกษาได้  ที่สำคัญ “ต้องยึดคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นหลักนะครับ” ไม่งั้นไม่จบแน่

วิธีใช้บริการคลินิกไม่ยุ่งยากครับ
1. ส่งบทที่หนึ่ง มาทางอีเมล์ของผมคือ sawat_pp@yahoo.com
2. การคอมเม้นท์ของผม  จะเปิดเผยที่คลินิกแห่งนี้เท่านั้นนะครับ  จะได้เป็นประโยชน์กับผู้อื่นด้วย
3. ข้อมูลที่นักศึกษาไม่อยากเปิดเผย  ผมยินดีเก็บเป็นความลับครับ
4. ท่านที่ยังนึกไม่ออกว่า  จะทำวิทยานิพนธ์เรื่องอะไรดี  และไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นบทที่หนึ่งอย่างไร  ก็ยินดีให้ความช่วยเหนือนะครับ

ปล. บริการนี้เป็นการทำงานเพื่อสังคมครับ  เป็นบริการแบบให้เปล่า เพื่อให้การทำวิทยานิพนธ์ไม่ก่อให้เกิดความเครัยด  และไม่เป็นเรื่องยากอย่างที่เขาเล่าลือกันครับ…

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง ถึง “เปิดคลินิกสำหรับนักศึกษาปริญญาโท-เอก”

  1. thesisguru กล่าว

    วันนี้ ผมได้รับอีเมล์จากน้องนักศึกษาปริญญาตรีท่านหนึ่ง ต้องการคำแนะนำ โดยน้องท่านนี้คิดชื่อเรื่องที่จะทำสารนิพนธ์ขึ้นมาแล้ว และก็ตั้งวัตถุประสงค์เลย แล้วก็เกิดปัญหาว่า ไม่รู้จะเริ่มต้นเขียนบทที่หนึ่งอย่างไร

    ผมได้แนะนำน้องท่านนี้เป็นการเฉพาะทางอีเมล์ไปแล้ว น่าจะทำให้เริ่มต้นบทที่หนึ่งได้ แต่สำหรับท่านอื่น ๆ ที่มีปัญหาคล้ายกัน ก็ไม่ต้องแปลกใจครับ เพราะตอนผมเริ่มเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาโท ก็ติดปัญหาแบบนี้เหมือนกัน เพราะตอนนั้นผมยังคิด ThesisGuide ไม่ได้ แต่ตอนนี้คิดได้แล้ว ปัญหาดังกล่าวจึงสามารถแก้ไขได้ง่ายมาก

    อันดับแรก อย่าเพิ่มคิดชื่อเรื่องครับ เพราะชื่อเรื่องอาจปรับไปได้เรื่อย ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาของเรา แทนที่จะตั้งชื่อเรื่อง ให้เราเริ่มมองหา “หัวเรื่อง” ที่เราสนใจ แล้วมองดูว่า ในหัวเรื่องนั้น มีปัญหาอะไร เมื่อเห็นปัญหาชัดเจนแล้ว ให้ถามตัวเองว่า “ต้องตั้งคำถามใดบ้างจึงจะครอบคลุมปัญหานั้น” ถ้าต้องตั้งคำถามเกิน 3 คำถามแสดงว่า ปัญหานั้นยังไม่ชัดเจน หรือกว้างเกินไป เมื่อได้คำถามแล้ว ให้ถามตัวเองว่า “ต้องทำอะไรบ้างจึงจะได้คำตอบสำหรับคำถามข้างต้น” คำตอบสำหรับคำถามนี้จะนำไปเขียนเป็นวัตถุประสงค์ สุดท้าย คำตอบที่ได้จากการทำตามวัตถุประสงค์นั้นจะสามารถนำไปแก้ปัญหาที่กล้าวถึงในตอนแรกได้อย่างไร อันนี้เขาเรียกว่า “ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ”

    เห็นไหมหละครับ ไม่ยากเลยในการเขียนบทที่หนึ่ง

ใส่ความเห็น

XHTML: คุณสามารถใช้แท็กเหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>